| กลับมาซักพักแล้ว ไม่ได้อัพซักที เพราะเรื่องลงรูปนี่แหละ คราวนี้รูปสวยและใหญ่สะใจดีจริงๆ หวังว่าคงไม่ทำให้โหลดช้าเกินไปนะคะ
ครั้งนี้เป็นการไปทวีปแอฟริกาครั้งแรก
ประเทศที่ไปคือประเทศแอฟริกาใต้ หลายคนคงงงกับชื่อประเทศและทวีป จำได้ว่าสมัยเรียนโลกของเราก็แอบงงๆเหมือนกัน
ทวีปคือแอฟริกา ประเทศคือแอฟริกาใต้ ส่วนทวีปแอฟริกาใต้น่ะไม่มี มีแต่ทวีปอเมริกาใต้นะ งงเนอะ
สิ่งที่เรารู้ก่อนไปประเทศนี้มีแค่ เป็นประเทศที่เพิ่งเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2010 คนพื้นเมืองเป็นแอฟริกันตัวดำๆ ผอมๆ ชวนให้นึกถึงภาพเด็กเอธิโอเปีย
แต่ความจริงแล้วแอฟริกาใต้เป็นประเทศที่ค่อนข้างเจริญเพราะโดนฝรั่งยึดเป็นเมืองขึ้นและอพยพไปยึดครองพื้นที่มากมาย สภาพบ้านเมืองก็เลยคล้ายๆ ออสเตรเลียในบางมุม (แบบว่ายึดประเทศเค้าแล้วก็ไล่คนพื้นเมืองให้ไปอยู่นอกเขต หรือทำให้กลายเป็นชนชั้น2)
อย่างผู้โดยสารในไฟล์ทส่วนใหญ่ก็เป็นฝรั่งสัญชาติแอฟริกาใต้
เหมือนกับว่าชนชั้นคนรวยคือฝรั่ง คนจนคือคนดำ อย่างพนักงานตามร้านอาหารก็จะมีแต่คนดำ
สภาพบ้านเมืองดูภายนอกก็สะอาดและเจริญไม่ใช่น้อย แต่ความจริงแล้วอันตรายมาก เนื่องจากความเหลื่อมล้ำมีสูง คนจนมากๆ มีเยอะ และค่อยข้างน่ากลัว คือไม่ใช่ประเทศที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวเดินเตร็ดเตร่ไปไหนมาไหนคนเดียวได้อย่างปลอดภัยเลย
อย่างบริเวณที่เราเรียกว่าเป็นเซฟโซน เป็นบริเวณที่ได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุด เหมือนเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีซุปเปอร์มาเก็ต ร้านอาหาร ร้านรวง และโรงแรมสำหรับชาวต่างชาติ รอบๆบริเวณจะมีรั้วล้อมไว้โดยรอบ มีประตูกั้นเข้าออก มียามคอยคุมไม่ให้บุคคลภายนอกที่ดูเป็นอันตรายเข้ามาเด็ดขาด คือถ้าอยู่ในบริเวณนี้รับรองปลอดภัยชัวร์
แต่ถ้าอยากออกนอกรั้วก็ได้ไม่มีใครว่าแต่ไม่รับประกันความปลอดภัย มีเรื่องเล่ากันว่าลูกเรือที่กล้าๆ หน่อยเคยออกไปเดินเล่นนอกรั้ว กลับมาเท้าเปล่าโดนปล้นรองเท้าไปบ้าง หรือกลับมาเหลือแต่รองเท้าคู่เดียวก็มี (อะไรมันจะขนาดนั้น ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่!)
นอกรั้วมองเห็นบ้านสวยๆ ดูไม่เป็นอันตราย คาดว่าเป็นบ้านของคนรวยชาวฝรั่ง ส่วนบ้านของคนพื้นเมืองส่วนใหญ่จะเป็นสังกะสี สร้างเป็นสี่เหลี่ยมรูปร่างและขนาดเหมือนตู้คอนเทนเนอร์แต่มีเจาะหน้าต่าง หลังคาสังกะสีใช้ก้อนหินทับเอาไว้ ถ้ารวยหน่อยถึงมีเงินซื้อตะปูมาตอกหลังคา และถ้ารวยขึ้นไปอีกหน่อยถึงได้สร้างบ้านปูน
ที่ว่ามานี่คือบ้านของคนธรรมดาส่วนใหญ่เลยนะ อยู่กันแค่นี้แหละ เฟอร์นิเจอร์คงไม่จำเป็นต้องใช้เลยล่ะ แต่เรายังได้เห็นชุมชนอีกแบบ คล้ายๆชุมชนแออัดบ้านเราละมั้ง คืออยู่เป็นสังกะสีนี่แหละแต่แคบกว่าเดิม อัดกันอยู่ร้อยๆหลังในบริเวณหนึ่งๆ ที่มีรั้วล้อมเอาไว้ มีทางเข้าออกชุมชนทางเดียว รั้วอันนี้ผิดกับรั้วของบริเวณเซฟโซนที่เราอยู่ คือรั้วนี้ไว้กั้นไม่ให้คนออก คือจะเข้าจะออกต้องเป็นเวลาหรือเป็นนัยว่าเขาจะได้ควบคุมไม่ให้คนข้างในออกไปทำอะไรในเวลาที่ไม่ควรนั่นแล
เกริ่นมาพอประมาณแล้ว
เห็นได้ชัดว่าบ้านเมืองเค้าคนรวยคนจนต่างกันราวกับจักวาลกับแกนโลก แต่บอกแล้วว่าบริเวณที่เราอยู่บรรยากาศเจริญหูเจริญตามาก พี่ๆ บอกว่าที่นี่เหมือนประมาณลอนดอน
ก็จริง บริเวณนี้ค่อนข้างดูฝรั่งมากทีเดียว
วันแรกที่ไปถึง ก็ต้องนอนเอาแรงหลังจากทำงานมาสิบกว่าชั่วโมง แต่ตื่นมาก็ยังสว่างอยู่เลย เพราะบ้านเค้าช้ากว่าเราตั้ง 5 ชั่วโมง
เดินเล่นสำรวจบริเวณรอบๆ ในรั้วเขตเซฟโซน แป็ปเดียวก็ครบ
และก็มากินเสต็กร้านอร่อยที่เค้าแนะนำกันมา
ซีซาร๋สลัด
อาหารมื้อนี้ต้องกันกับไวน์ ไม่ได้กระแดะ แต่ราคาไวน์กับน้ำเปล่าพอๆ กันเลย
น้ำเปล่าที่นี่แพงมาก เทียบกับไวน์แล้ว แอฟริกาใต้ถือเป็นประเทศที่ผลิตไวน์ของโลกใหม่เลยนะคะ (แต่ผืดคอมาก กินไวน์ไม่เป็นอะ ต้องพกน้ำเปล่าของโรงแรมไปแอบกิน)
วันที่ 2 ไฟล์ทนี้ไปบินกับเพื่อนเลยนัดกันอยู่แล้วว่าจะไปเที่ยวซาฟารี
เห็นเกริ่นไปซะเยอะว่าด้านนอกรั้วอันตราย แล้วจะออกไปเที่ยวได้ไง คือถ้าไปกันเป็นหมู่คณะกับทัวร์ที่เค้ามีประสบการณ์ว่าที่ไหนปลอดภัยที่ไหนไม่ปลอดภัยเราก็ไปได้ค่ะ
ไกด์ทัวร์วันนี้เป็นคนไทย พี่เค้ามาทำงานบริษัทนำเที่ยวของเกาหลีที่นี่ และคอบรับเป็นไกด์ให้ลูกเรือไทยอยู่เป็นประจำ ความรู้ที่เล่าๆ มาข้างบนก็เอามาจากพี่ไกด์นี่แหละ
เริ่มเดินทางกันเลย
เพิ่งออกเดินทางก็เจอะ แรดตัวเป็นๆ กันไปเลย 55
ที่แรกที่เราไปกันคือตลาดของที่ระลึก ชื่อตลาดอะไรไม่รู้
ตลาดที่นี่บอกราคาต้องต่อครึ่งนึงเหมือนเมืองจีน แต่อัธยาศัยดีกว่าเยอะ ไปจับๆ ดูของ ขอ่ายรูปได้หมดไม่ต้องซื้อก็ได้ แถมคนขายชอบขอถ่ายรูปกับสาวๆ อีกต่างหาก
พี่ไกด์บอกว่าที่เค้าไม่ว่าอะไรเพราะว่าจริงๆแล้ว เค้าคิดว่าเราเป็นคนจีน มาถึงก็หนีห่าวๆ กันใหญ่ และคนจีนที่นี่เป็นมาเฟียที่ดุมาก เค้าค่อนข้างกลัวกันน่ะเอง
จากนั้นก็ไปซันซิตี้
เป็นบริเวณใหญ่โตอลังการณ์สวยงาม ในบริเวณนั้นมีโรงแรม 4 โรงแรม ที่นักท่องเที่ยวชอบมาตากอากาศกันที่นี่ เพราะมีครบ โรงแรมสวย มีทะเลจำลอง ป่าจำลอง และมีกิจกรรมซาฟารี ขึ้นบอลลูน และผจญภัยครบครัน ทัวร์ไทยก็นิยมจัดไปพักที่นี่กัน
และในที่สุดก็มาถึงซาฟารี ทีเด็ดที่รอคอย
เราจะนั่งรถคันนี้เข้าไปนะคะ
ซาฟารีที่นี่ก็คือป่าดีๆ นี่เอง
คือมีแตชค่รั้วกั้นบริเวณกว้างมากๆๆๆๆๆๆ จ่ายเงินแล้วก็ขับรถเข้าไปลุยเอง จะเจอสัตว์อะไรบ้างก็แล้วแต่ดวง
ฟังดูไม่มีอะไรแต่ก็น่ากลัวใช่เล่น เพราะฉะนั้นเราจะต้องเดินทางในซาฟารีแค่ช่วงเช้าและก่อนค่ำเท่านั้น ไม่งั้นอาจเป็นอาหารสัตว์ได้นะคะ
สัตว์ตัวแรกที่เจอคือพี่ม้าลาย ตื่นเต้นอู้หู้อู้หากันมากตอนแรกๆ แต่ไปๆมาๆ เจอพี่ม้าลายตลอดทางเลยกลายเป็นแค่น้ำจิ้มไปเลย
ถัดมากก็
กวาง
ยีราฟ
ควาย
หมูป่า
ฮิปโป
ม้าลาย
กวาง
หมูป่า
ยีราฟ
กวาง
ม้าลาย
กวาง
ม้าลาย
ที่นี่สัตว์ที่ต้องมาเห็นให้ได้คือ Big 5 ได้แก่ ช้าง แรด ควายป่า สิงโต เสือดาว
แรดเราเห็นไปแล้วที่ตลาด เอ้ยไม่ใช่
แต่ตัวอื่นๆ ก็ไม่ใช่จะโผล่มาให้เห็นง่ายๆ
บางคนมาไม่เจอตัวอะไรเลยก็มี เพราะบอกแล้วว่าที่นี่เป็นป่าจริงๆ ไม่มีจัดโชว์ ก็แล้วแต่ดวงกันไปว่าจะได้เจออะไร
แต่วันนี้เราพกดวงกันมาค่อนข้างดี เพราะซักพักเราก็เห็นเจ้าโขลงนี้
มาเป็นโขลงค่ะ เป็นโขลงไม่ใช่แค่ตัวสองตัว
ตอนแรกเห็นแต่ไกลๆ แล้วโขลงนี้ก็เดินมาใกล้ทางรถเราเรื่อยๆ จู่ๆ ก็เดินลงเล่นน้ำกันเฉยเลยต่อหน้าต่อตา ยังกับดู national geographic
โอ...แค่นี้ก็คุ้มแล้วแอฟริกา
เล่นน้ำเสร็จเค้าก็เดินกันต่อ เราก็ขับเรียบตามอย่างนิ่งๆ
โขลงช้างก็ค่อยๆ เดินลงน้ำเพือข้ามช่องแคบทีละตัวๆ
ข้างหลังที่เป็นจุด ดำๆ นั่นแหละช้าง

แล้วเราก็ขับรถมาดักตรงจุดที่ช้างจะข้ามถนนผ่านหน้า
กฎของการอยู่ใกล้ช้างคือ เราจะต้องดับเครื่องรถยนต์และเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ่ายรูปก็ห้ามใช้เฟลซ เดี๋ยวช้างจะตกใจ
ช้างกำลังจะเดินตัดหน้ารถเราแล้ว....
แต่ช้างตัวนึงก็ร้อง แปร้นนนนนนน ขึ้นมาอย่างน่ากลัว
ปรากฎว่า ไอ้รถคันข้างหน้าไม่ยอมดับเครื่อง คาดว่าคงไม่รู้วิธีปฏิบัติ
ทำให้ต้องติดเครื่องถอยหนีกันกรู
เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ พี่ไกด์บอกว่าถ้าเกิดช้างวิ่งชนเข้ามาเมื่อกี้ล่ะก็ พวกเราก็ไม่รอดกันแน่ๆ
จบทัวร์ช้างกันอย่างอิ่มอกอิ่มใจ ประกอบกับคนเขียนไดเริ่มอยากไปนอนแล้ว
ขอปิดท้ายกันด้วย big 5 อีกหนึ่งตัวอันเป็นที่รักยิ่ง
น้องแรดแม้ลูก
และราตรีสวัสดี ฝันดีฝันเห็นแรดนะค้าาาาาาาาา
|